โคมลอย ลอยร่วงแล้วริมทาง

21 กุมภาพันธ์ 2012 | หมวดหมู่: หนานปั๊กกะตืน

ที่นี่ที่เชียงใหม่ เมื่อเดือนพฤศจิกายนของทุกปีมาถึง  นอกจากผู้คนจะได้สัมผัสสภาพอากาศหนาวเย็นที่กำลังจะมาเยือนแล้ว ยังมีเทศกาลยี่เป็ง(เทศกาลลอยกระทง)ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และนำพาผู้คนมากหน้าหลั่งไหลมาเที่ยวชมบรรยากาศ ซึ่งหลายหน่วยงานจะจัดให้มีขึ้น ณ สถานที่ต่างๆ ตามความเหมาะสม รวมทั้งวัดวาอารามและบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่ต่างก็พากันจุดประทีบโคมไฟสีสันสวยใสในทุกคืนของเทศกาลประเพณียี่เป็ง หรือวันเพ็ญเดือนสิบสองกันทั่วทุกหัวระแหง อันถือได้ว่า อวดโชว์ความงดงามอ้อยช้อยตามแบบวิถีแห่งล้านนาไม่น้อยทีเดียว

                   ไม่เพียงแต่นั้น สิ่งที่นิยมทำกันมากที่สุดในเทศกาลนี้ รองลงมาจากการจุดประทีปโคมไฟ ก็คือการปล่อยโคมไฟ หรือโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ถึงขนาดบางองค์กรทางศาสนา ประชาสัมพันธ์เรียกรวมตัวศาสนิกมาเข้าร่วมประกอบพิธีบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ด้วยการจุดโคมไฟนับพันลูกสู่ท้องฟ้าเบื้องบน นี้ไม่นับรวมผู้คนที่แห่แหนไปดูไปชม และร่วมลอยโคมไฟโดยมีเหตุผลเพียงเพื่อความสนุกสนาน จนสถานที่ปฏิบัติธรรมอันสงบรื่น กลายพันธุ์เป็นเทศกาลงานวัดอึกทึกไปเสียสิ้น...

                   ทราบมาว่า เค้ามูลของการปล่อยโคมไฟตามธรรมเนียมของล้านนานั้น แต่ครั้งอดีตยึดถือปล่อยโคมไฟเพื่อลอยเคราะห์ สะเดาะเมือง และจะปล่อยกันในวัดเพียงวัดละ 1 หรือ 2 ลูก แต่เหตุธรรมเนียมมันพลิกผันแปรเปลี่ยนเป็นการปล่อยเพื่อความสนุกสนาน และอวดความสวยงามคราล่องลอยตามกระแสลมบนฟากฟ้ายามค่ำคืนนับร้อยนับพันลูก ไม่รู้เริ่มมีมาแต่หนใด จนเกิดกระแสการคัดค้านก็มาก เสียงบ่นเสียงด่าถึงผลเสียที่ตามมาก็เยอะ

            บ้างว่าโคมลอยเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้บ้าน บ้างว่าโคมลอยอาจไปรบกวนการบินของเครื่องบินที่กำลังทะยานสู่ท้องฟ้า บ้างว่าโคมลอยเป็นสาเหตุของกระแสไฟฟ้าขัดข้อง หากเกิดลอยไปพาดทับสายส่งไฟฟ้าแรงสูง บ้างว่าโคมลอยหนึ่งลูกหมายถึงไฟฟ้าดับหนึ่งครั้ง และบ้างก็ว่าอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ หากลอยละลิ่วลงบนท้องถนน ขณะรถยนต์วิ่งมาด้วยความเร็ว อย่างไรก็ตามลองมาดูเสียงวิพากษ์ผ่านกระทู้ในเว็บไซต์เสียงนี้ดู ว่าสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนเชียงใหม่อย่างไรบ้าง?

                   “ หนึ่งโคมลอย หนึ่งไฟฟ้าดับ... ไฟฟ้าดับ ดับมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว น่าจะมาจากโคมลอยทั้งหลายที่ท่านได้ปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรือปล่อยตามประเพณีเผาเงิน เล่นไฟหรือกระไร  หากท่านปล่อยเพื่อสะเดาะเคราะห์ ปลดปล่อยความทุกข์ของท่าน แต่ทราบหรือไม่ว่า หนึ่งโคมลอยของท่านคนใดคนหนึ่ง เมื่อมันตกลงบนสายไฟฟ้า เกิดไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน เป็นความทุกข์ของใคร?  

                   ถ้าเกิดบ้านหลังใดทำธุรกิจผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต หรือต้องการใช้ไฟฟ้า เพียงครึ่งชั่วโมงอาจสูญเสียรายได้ไปจำนวนมหาศาล โคมมันไม่ได้ลอยขึ้นไปแล้วหลุดไปสู่อวกาศ จะได้ปล่อยขึ้นไปแล้ว ไม่ตกลงมา นอกจากจะทำให้คนเดือดร้อน เช่น ไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าขัดข้อง ไฟไหม้บ้าน ที่สำคัญยังเกิดขยะทางวัฒนธรรมจำนวนมากเกลื่อนถนน และแทบทุกที่...”              

                   ฟังดูเป็นการบ่นเปรยปนกระแนะกระแหนเหน็บแนม และไม่ปลื้มกับการปล่อยโคมไฟในช่วงเทศกาลยี่เป็ง ทั้งยังออกจะชิงชังหน่อยๆ เสียด้วยซ้ำ ก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เมื่อคนหมู่มากกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด แล้วผลกระทบมันไปก่อไปเกิดกับคนอีกกลุ่ม ก็ย่อมมีความเห็นต่างเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือแม้แต่คนอื่นๆ ที่อาจประสบหรือพบเห็นเหตุการณ์เฉกเช่นเดียวกันนี้ แต่ก็ไม่ได้ร้องบ่นใดใด เป็นแต่ยิ้มรับ และมองในมุมที่ต่างไป เหตุเพราะยอมรับกับความเป็นจริงของโลกได้อย่างไม่ร้อนไม่หนาว เผชิญกับวิถีที่เป็น ไม่ยอมให้เรื่องที่มองว่าไม่หนักหนามาก่อกวนใจให้เศร้าหมอง

                   อย่างไรก็ตาม แม้ผู้เขียนเองจะรู้สึกฉุนนิดนิด ที่คนโพสต์กระทู้ในเว็บไซต์กล่าวถึง โคมลอยที่ร่วงหล่นรายทาง และแทบทุกพื้นที่ในเชียงใหม่ว่า เป็นขยะทางวัฒนธรรม  แต่หากมองในมุมกลับกัน กลับให้นึกภาคภูมิว่า อย่างน้อยโคมที่ร่วงหล่นริมทางเหล่านี้ ก็ยังเป็นขยะทางวัฒนธรรม ที่ดูมีที่มาที่ไปทางศิลปวัฒนธรรม และบ่งชี้คุณค่าในตัวมันเอง ไม่เหมือนกับขยะแห่งความเสื่อมโทรมอันมีที่มาที่ไปจากความฟอนเฟะทางสังคม ที่มีอยู่เกลื่อนเมืองเชียงใหม่ที่กำลังอวดตัวเองว่า เชียงใหม่ : นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม (Chiang Mai : The Most Splendid City of Culture) ซึ่งไม่อาจค้นหาข้อคิดแง่มุมดีดีได้จากส่วนใดเลย...

โดย: เรวัตร เพียรพจนารถ

แสดงความคิดเห็น

ฟังวิทยุออนไลน์

ฟัง CM77 วิทยุอินเตอร์เน็ตล้านนา คลิกที่นี่
Happy Radio
สดจากเชียงใหม่ Chiangmai Live Channel
CM77 - แอปพลิเคชันแอนดรอยด์ใน Google Play
CM77 - แอปพลิเคชันบน iOS