แอ่วม่อนขว้ำหล้อง ไหว้สาขุนหลวงบ่าลังก๊ะ

13 พฤษภาคม 2017 | หมวดหมู่: แอ่วม่วนจวนมา

ม่อนขว้ำหล้อง หรือปัจจุบันมักเขียนเป็น "ม่อนล่อง" .... แม้ว่า คำว่าล่อง และ หล้อง จะออกเสียงเท่ากันในระบบเสียงของภาษาไทย แต่ในภาษาล้านนานั้น ออกเสียงต่างกัน และความหมายต่างกัน ฉะนั้น จึงควรเขียนเป็น "ม่อนหล้อง" ตามตำนานจึงจะถูกเสียงของคนล้านนาที่เรียกและความหมาย....

ม่อนหล้อง เป็นจุดที่ถือว่าสูงสุดของ อ.แม่ริม...เป็นหน้าผาสูงส่งฟ้า.... มุ่งหน้าสู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ด้านใต้เห็นยอดดอยปุย..ด้านใต้เห็นยอดดอยอินทนนท์อยู่ลิบๆ

เส้นทางไปม่อนขว้ำหล้องนั้น .... เอาทางไปม่อนแจ่มเป็นหมาย... ต่อจากม่อนแจ่มไปตามทางลูกรัง ที่เป็นกรวดบ้าง ดินแดงบ้าง บางส่วนปกคลุมด้วยใบสน ที่ขึ้นในระดับความสูงนั้น...เหมาะสำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ.หรือ มอเตอร์ไซด์ จะสะดวกกว่า และต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง

ในภาพอาจจะมี สถานที่กลางแจ้ง

บนยอดเขามีศาลของขุนหลวงวิรังคะตั้งอยู่

 

ม่อนหล้อง ได้ยินมานานแล้ว จากการรับรู้เรื่องราวของขุนหลวงวิรังคะ หรือขุนหลวงบ่าลังก๊ะ และพระนางจามเทวี ที่ขุนหลวงพ่ายแพ้แก่อาณาจักรหริภุญชัย...ดินแดนลุ่มน้ำปิงที่เป็นที่อยู่ของชาวลัวะจึงต้องอยู่ในอำนาจของหริภุญชัย.... ส่วนลัวะที่เหลือจึงถอยร่นขึ้นดอยไป....ส่วนตัวของขุนหลวงนั้น เสียชีวิตลง ลัวะทั้งหลายจึงแห่แหนศพของขุนลัวะไปยังยอดดอยที่จะมองถึงลำพูนได้...แต่จะต้องห้ามข้ามน้ำ ต้องอ้อมขุนน้ำเท่านั้นด้วยเคารพผีขุนน้ำของชาวลัวะ...ต่อมาเกิดการพลัดหลงกัน พวกแห่ต่างไปคนที่คนทาง เกิดเป็นสถานที่ต่างๆ ตามเครื่องดนตรีเช่น ผาค้อง ผากลอง ผาสว่า ผาเด็ง เป็นต้น.... ส่วนแมวควบหล้องก็ถูกลมพัดปลิว ("แมว"ครอบหล้อง คือเครื่องจักสานครอบหีบศพ) ตรงนั้นจึงเรียกว่ากิ่วแมวปลิว....

ส่วนหล้องก็มาคว่ำตรงยอดดอยที่หันหน้าสู่เมืองลำพูน....ตรงนั้นจึงเรียกว่า "ม่อนขว้ำหล้อง"....และกร่อนเหลือ ม่อนหล้อง (และกลายเป็นม่อนล่อง...ที่ไม่รู้จะล่องไปไหน)

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน, ต้นไม้, รองเท้า และ สถานที่กลางแจ้ง

ขุนหลวงวิรังคะพุ่งสะเหน้าสู่เมืองหริภุญไชย 

 

มีกวีได้แต่งกวีไว้เกี่ยวกับสถานที่นี้ จึงขอยกมาไว้... เรื่องแรก เป็นคร่าวซอประวัติม่อนขว้ำหล้อง แต่งโดยอินแหลง ว่าไว้ว่า...

"...ลวะวอดสถาน ดงดานป่าไม้ แม่ฅงอยู่ใกล้ในแดน
ส่วนวิลังคะ กับพระญาแสน ค็หนีสู่แดน สุเทพเขตห้อง
มันค็รู้ตัว ว่าจับถูกต้อง พิษของเตโฆยักข์แท้

ด้วยกำลังตน บ่ธนปราบแพ้ ลวดบ่ช่างแก้ลายใด
จิ่งเรียกลูกน้อง อยู่ห้องเหลือตาย มาบอกเรื่องลาย จักตายแม่นหมั้น
แต่หัวใจมัน ค็ยังใฝ่ฝั้น จามมเทวีเชื่องชั้น

เตมมันจักตาย ในยามเมื่อนั้น ค็บ่อ่วงข้องชีวา
ขอหื้อพี่น้อง เพื่อนพ้องวงสา นำซากกายา มาไว้เถื่อนห้อง
ทัดที่ดอยสูง แล้วยกยังหล้อง ขึ้นอยองทางบนหมู่ไม้

เพื่อจักเลงหัน สุวัณน้องไธ้ จอมเชื่องเจ้าเทวี
แล้วนคระ ลำพูนใสสี คันว่าชีวี มันม้วยวอดไหม้
เขาค็เอาผี ขุนลวะผู้ใบ้ ไว้ยังม่อนดอยส่ำนัก

อันเปนที่สูง ดั่งข้อชี้ชัก คำสั่งถ้อยมันเอง
บ่ปกถมไว้ เอาสิ่งไดเตง เพื่อว่ามันเลง เหนลำพูนห้อง
ฅนจิ่งเรียกขาน ว่าม่อนขว้ำหล้อง ตามเรื่องธำนองดั่งนี้..."

/////////////////

และ อ.ไกรศรี นิมมานเหมินท์ ได้ประพันธ์กาพย์เจี้ย ยามเทวีและวิรังคะ ไว้ว่า...

"1534 พวกที่ แบกหามศพ บ่เจนจบ ภูมรรคา
เหน็ดเหนื่อย เพลียกายา ยังอุตส่าห์ แบกต่อไป
ยกหัตถ์ วันทนาการ ลัวะภูบาล ผู้ยิ่งใหญ่
ชี้ทาง จักคลาไคล ดอยคว่ำหล้อง ช่วยบอกที

1535 บังเกิด อัศจรรย์ เยืองอนันต์ ท่องจรลี
ฝูงใหญ่ ขึ้นคีรี เป็นผาสูง ยอดแหลมงาม
สูงลิ่ว พ้นยอดไม้ ศาละใหญ่ พนาราม
วับวาบ แวววาววาม ดั่งขุนลัวะ เคยสั่งการ

1536 หามศพ รีบตามติด รุกใกล้ชิด เกิดอัตรธาร
เยืองงาม ฝูงโอฬาร หายลิบลับ ไปกับตา
คิดว่า ทวยเทพเจ้า เนาภูเขา บอกมรรคา
หาศพ ถึงภูผา นำวางไว้ ข้างยอดครัน

ฯลฯ

1540 แต่นั้น สืบต่อมา ผีราชา สถิตดี
คว่ำหล้อง ชื่อดอยมี ยอดเป็นหิน สูงครามครัน
เผาชน ม้งมอญไทย ขึ้นสู่ไศล เซ่นเจ้านั้น
ขุนลัวะ ช่วยคุ้มกัน อยู่เป็นสุข ทุกเพลา...ฯลฯ"

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ภูเขา, เมฆ, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เรื่องโดย : Sai Lon Sein

 

ฟังวิทยุออนไลน์

ฟัง CM77 วิทยุอินเตอร์เน็ตล้านนา คลิกที่นี่
Happy Radio
สดจากเชียงใหม่ Chiangmai Live Channel
CM77 - แอปพลิเคชันแอนดรอยด์ใน Google Play
CM77 - แอปพลิเคชันบน iOS