เชียงใหม่ – กองบังคับการปราบปราม จับมือตำรวจ ปทส. และ ตชด.33 บุกรวบหนุ่มวัย 19 ปี คาหนังคาเขาขณะขี่จักรยานยนต์โปรยนามบัตรเงินกู้นอกระบบเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ทั่วเชียงใหม่ ตรวจสอบพบพฤติกรรมสุดโหด ขูดรีดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 304 ต่อปี สารภาพรับคำสั่งจากผู้ดูแลชื่อ “เฟลม” ด้านเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลเส้นทางการเงิน ล่าตัวนายทุนใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก หลังชาวบ้านร้องเรียนหวั่นมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังหนีคดีซ้ำซาก

บุกรวบคาหมู่บ้านพร้อมของกลางเกลื่อน การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. และ พ.ต.ท.จิรัฎฐวัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช สว.กก.4 บก.ป. หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า มีกลุ่มเงินกู้นอกระบบเข้ามาสร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ กระทั่งพบตัวผู้ต้องหาเป็นชายไทยอายุ 19 ปี (ภูมิลำเนาจังหวัดลพบุรี) ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ลักลอบโปรยใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านบุปผาราม ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ จึงเข้าทำการจับกุมพร้อมยึดของกลาง ประกอบด้วย:
-
ใบปลิวและนามบัตรเงินกู้กว่า 700 ใบ
-
สมุดบัญชีรายชื่อลูกหนี้
-
โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อยอดเงิน
-
รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
แฉพฤติกรรมดอกเบี้ยโหด 304% ต่อปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ตระเวนแจกใบปลิวและวิ่งเก็บเงินกู้ให้กับเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” มานานประมาณ 1 ปี โดยมีผู้ควบคุมและสั่งการระบุชื่อคือ “นายเฟลม”

สำหรับโมเดลการปล่อยกู้ของเครือข่ายนี้ จะใช้วิธีเก็บดอกเบี้ยร้อยละ 20 ในระยะเวลา 24 วัน (คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 304% ต่อปี ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี) ยกตัวอย่างเช่น หากลูกหนี้กู้เงิน 10,000 บาท จะต้องส่งเงินคืนรายวัน วันละ 500 บาท เป็นเวลา 24 วัน รวมเป็นเงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งหมด 12,000 บาท ภายในเวลาไม่ถึงเดือน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่:
ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต
ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต
จ่อขยายผลทลาย “นายทุนใหญ่” สายตะวันออก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่เชียงใหม่ แต่ก็มักจะกลับมาเปิดเครือข่ายซ้ำได้อีก จนสร้างความสงสัยให้แก่ชาวบ้านว่าอาจมีกลุ่มทุนใหญ่หรือผู้มีอิทธิพลคอยหนุนหลัง
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ตัวการใหญ่และผู้ควบคุมเครือข่ายนี้กบดานอยู่ในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดระยอง ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กำลังเร่งขยายผลเส้นทางการเงินเพื่อขุดรากถอนโคนนายทุนใหญ่ รวมถึงเครือข่ายที่กระจายตัวอยู่ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
หากประชาชนพบเบาะแสกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยเกินอัตรา สามารถแจ้งสายด่วนกองปราบปราม 1195 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

