เปิดวิธีแก้อาการ เมาค้าง ที่ได้ผลดีที่สุด ต้องกินอะไร ดื่มอะไร จึงช่วยลดอาการนี้ได้

หลังค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองอย่างสุดเหวี่ยง คุณอาจตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงครางเบา ๆ และความรู้สึกคาใจว่าเมื่อคืนตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง

คุณอาจพบว่าตัวเองมีความจำขาดช่วง ปวดหัว อ่อนเพลีย คลื่นไส้ แถมยังหิวโหยอย่างรุนแรง หากไล่เรียงกันทีละข้อ อาการเหล่านี้อาจฟังดูราวกับเป็นโรคทางการแพทย์ชนิดใหม่ที่แสนเลวร้าย

แต่แท้จริงแล้ว นี่ก็คืออาการเมาค้าง (hangover) แบบคลาสสิก ที่ทำให้ใคร ๆ เสียอารมณ์

แม้จะมีคำกล่าวอ้างมากมายเกี่ยวกับสูตรแก้อาการเมาค้างสุดมหัศจรรย์ แต่ต่อไปนี้คืออาหารและเครื่องดื่มที่อาจช่วยได้จริง ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

แอลกอฮอล์ในเลือดเป็นศูนย์

แม้หลายคนจะคิดว่าปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหลืออยู่คือสาเหตุที่ทำให้คุณเกิดอาการเมาค้าง ทว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้น ต้นเหตุที่แท้จริงคือร่างกายของคุณที่ยังตอบสนองกับมันอยู่ต่างหาก

อาการเมาค้างเกิดขึ้นตอนที่คุณไม่มีแอลกอฮอล์เหลืออยู่ในเลือดแล้ว© kieferpix via Getty Images

ที่จริงแล้วอาการเมาค้างนี้จะเกิดขึ้น “ตอนที่ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของคุณอยู่ที่หรือเข้าใกล้ศูนย์” แอนดรูว์ สโคลีย์ ศาสตราจารย์ด้านจิตเภสัชวิทยามนุษย์ มหาวิทยาลัยนอร์ทธัมเบรีย สหราชอาณาจักร และเป็นสมาชิกกลุ่มวิจัยอาการเมาค้างจากแอลกอฮอล์ (Alcohol Hangover Research Group) อธิบาย

ร่างกายของเราย่อยแอลกอฮอล์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่เป็นพิษ ซึ่งจะไหลเวียนไปทั่วร่างกายในเลือดของเรา

“เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นสารพิษ ร่างกายจึงกระตุ้นสิ่งที่เรียกว่า ‘การตอบสนองต่อการอักเสบ’ (inflammatory response) ขึ้นมา” ศ.สโคลีย์ กล่าวในรายการเดอะฟู้ดเชน (The Food Chain) ของบีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

ร่างกายจะปล่อยโปรตีนหลายชนิดที่คล้ายคลึงกับช่วงเวลาที่ร่างกายต่อสู้กับการติดเชื้อขึ้นมา และโปรตีนเหล่านี้ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองได้

งานศึกษาหลายชิ้นพบว่าอาการเมาค้างทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลงในระดับเดียวกับแอลกอฮอล์ นั่นหมายความว่าคุณอาจมีพฤติกรรมเดียวกับการเมาแล้วขับตอนที่คุณอยู่ในภาวะเมาค้างซึ่งคุณไม่มีแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดแล้ว

คำแนะนำในการแก้อาการเมาค้างจากจอห์นส์ ฮอปกินส์ เมดิซีน ระบุว่า:1. อย่าดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเข้าไป2. ดื่มน้ำหรือทานซุปเพื่อเติมน้ำให้ร่างกาย3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาพาราเซตามอล เนื่องจากจะยิ่งไปเพิ่มการทำงานของตับ4. หลีกเลี่ยงเมนูที่ไม่น่ากิน อาทิ การกินปลาดิบกับซอสเผ็ดจะไม่ช่วยให้กระเพราะอาหารของคุณทำงานง่ายขึ้น© BBC

แต่ความเชื่อที่ว่าบางคนมีอาการเมาค้างน้อยกว่าผู้อื่นก็มีฐานความจริงรองรับอยู่บ้าง

นอกเหนือจากแนวโน้มที่พวกเขามักดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยกว่า หรือดื่มช้ากว่าแล้ว ศ.สโคลีย์ อธิบายว่า ยังมีความแตกต่างทางพันธุกรรมในเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยสลายแอลกอฮอล์ด้วย

“คนที่ร่างกายสามารถสลายแอลกอฮอล์ได้เร็วกว่า… มักจะมีอาการเมาค้างรุนแรงน้อยกว่า” เขากล่าว

กระบวนการฟื้นตัว

สำหรับผู้ที่ต้องทนทุกข์กับอาการเมาค้าง ศ.สโคลีย์ ระบุว่า ทีมวิจัยของเขาได้ศึกษาผลิตภัณฑ์หลายสิบชนิดที่ทำการตลาดในฐานะยาบรรเทาอาการเมาค้าง และพบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์แม้แต่ชนิดเดียวที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าสามารถแก้อาการเมาค้างได้

“น่าเสียดายที่ผลิตภัณฑ์แก้เมาค้างเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการตลาดมากกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นอาหารเสริม เครื่องดื่มเกลือแร่ หรือวิตามินรวมต่าง ๆ” เขากล่าว

เขาย้ำว่า ไม่มียาวิเศษ และอยากให้ผู้คนตระหนักว่าจำเป็นต้องใส่ใจกับกระบวนการฟื้นฟูร่างกายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการระมัดระวังเรื่องอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคด้วย

อาการเมาค้างอาจทำให้เราอยากอาหารจานด่วนซึ่งจะทำให้กระบวนการตอบสนองต่อการอักเสบของร่างกายแย่ลง© Matt Cardy / Stringer via Getty Images

ความหิวในช่วงเมาค้างมักทำให้หลายคนหันไปหา ‘อาหารชุบชูใจ’ ที่มีน้ำตาล เกลือ และไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งมักถูกเรียกรวม ๆ ว่า อาหารแปรรูปขั้นสูง (ultra-processed foods)

อาหารเหล่านี้กระตุ้นการอักเสบ และยิ่งซ้ำเติมภาวะการอักเสบที่เกิดอยู่แล้วจากกระบวนการสลายแอลกอฮอล์ในร่างกาย “ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง” ศ.สโคลีย์ กล่าว

แล้วการดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยไหม

วิธีนี้ก็ไม่ได้ช่วย “ขับสารพิษออกจากร่างกาย” อย่างที่บางคนอ้าง

“งานวิจัยพบว่า แม้หลายคนจะเชื่อว่าการดื่มน้ำอย่างเดียวช่วยลดอาการเมาค้างได้ แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ได้ช่วยลดอาการเมาค้างโดยตรงแต่อย่างใด” ศ.สโคลีย์ อธิบาย

“สิ่งที่มันช่วยได้คือบรรเทาอาการหนึ่ง ซึ่งนั่นคืออาการกระหายน้ำ” เขาเสริม

ด้าน มาริสซา มอลล์ นักโภชนาการวิชาชีพจากปารากวัย บอกว่าเธอนิยมเติมน้ำให้ร่างกายด้วย “น้ำผักสีเขียว” ที่ทำจากแตงกวา เซเลอรี น้ำมะพร้าว แอปเปิลเขียว ผักชีฝรั่ง และขิง

“ขิงช่วยแก้อาการคลื่นไส้ได้ดีมากจริง ๆ” เธอแนะนำ

การปลดปล่อยตัวเองให้ดื่มด่ำ

ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองเห็นพ้องกันว่า การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก่อนดื่มแอลกอฮอล์ สามารถช่วยลดโอกาสเกิดอาการเมาค้างในภายหลังได้

นักโภชนาการแนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไก่หรือไข่ และไขมันดี เช่นอะโวคาโดและน้ำมันมะกอก© ollo via Getty Images

มอลล์แนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไก่หรือไข่ และไขมันดี เช่นอะโวคาโดและน้ำมันมะกอก

“คุณสามารถนำอะโวคาโดมาผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วกินเหมือนซอสคู่กับไก่ได้” เธอแนะนำ

ศ.สโคลีย์ เสริมว่า “หากคุณกินอาหารที่เหมาะสมก่อนดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยลดปริมาณแอลกอฮอล์ที่เข้าสู่กระแสเลือดได้ถึงครึ่งหนึ่ง” เนื่องจากเอนไซม์ที่ใช้สลายแอลกอฮอล์สามารถทำงานได้ตั้งแต่ยังอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ก่อนที่แอลกอฮอล์จะเข้าสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

เขาเสริมว่า ปัจจัยนี้อาจเกี่ยวข้องกับวิธีที่อาหารเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับจุลชีพในลำไส้ หรือไมโครไบโอม ซึ่งขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังเริ่มเข้าใจมากขึ้น

ทว่าสุดท้ายแล้ว วิธีแก้อาการเมาค้างที่ได้ผลจริงเพียงอย่างเดียว คือการไม่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปตั้งแต่แรก

“และนั่นคือวิธีที่แน่นอนที่สุด ได้ผลชัวร์ และไม่มีทางพลาดในการหลีกเลี่ยงอาการเมาค้าง” ศ.สโคลีย์ กล่าว

ที่มา เรื่องราวโดย รายการเดอะฟู้ดเชน – บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า