ตะลึง! เงินออมชาวบ้านแม่ใจใต้กว่า 44 ล้านบาท เบิกไม่ได้ ผู้เสียหาย 829 บัญชี ยื่นอำเภอสอบวินัยกำนัน พร้อมแจ้งความคดียักยอกทรัพย์
เชียงใหม่ – ชาวบ้านหมู่ 7 บ้านแม่ใจใต้ ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 100 คน ซึ่งเป็นสมาชิกสถาบันการเงินชุมชนบ้านแม่ใจใต้ รวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อนายอำเภอฝาง เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยและสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กำนันตำบลเวียง หลังไม่สามารถถอนเงินออมของตนเองได้ โดยมีผู้ได้รับผลกระทบรวม 829 บัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 44.9 ล้านบาท
การเข้ายื่นหนังสือมีขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอฝาง โดยผู้เสียหายระบุว่า สถาบันการเงินชุมชนบ้านแม่ใจใต้ ซึ่งยกฐานะมาจากกลุ่มออมทรัพย์ของหมู่บ้านเมื่อปี 2551 มี นายอุดร ปันชุม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และต่อมาได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลเวียง เป็นผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ พร้อมคณะกรรมการรวม 15 คน
ด้วยความเชื่อมั่นในตัวผู้นำท้องถิ่น ประชาชน เด็ก เยาวชน วัด และพระสงฆ์ ต่างนำเงินมาฝากและออมกับสถาบันการเงินชุมชนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งข้อมูลสรุป ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ระบุว่ามียอดเงินฝากและเงินออมรวม 44,915,973.73 บาท ขณะที่ยอดเงินกู้มีเพียง 1,884,634 บาท
อย่างไรก็ตาม ช่วงปี 2568 สมาชิกเริ่มประสบปัญหาไม่สามารถถอนเงินฝากได้ตามปกติ โดยเมื่อไปขอถอนเงิน ได้รับการผัดผ่อนและเลื่อนนัดหลายครั้ง ก่อนจะได้รับคำตอบว่า “ไม่มีเงิน ให้รอไปก่อน” จนสร้างความกังวลให้กับสมาชิกจำนวนมาก
ผู้เสียหายระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เงินฝากจำนวนดังกล่าวไม่ได้ถูกนำฝากไว้ในสถาบันการเงินของรัฐหรือเอกชนตามที่ควรจะเป็น และทราบว่าเงินอยู่ในการดูแลของประธานสถาบันการเงินชุมชนเพียงผู้เดียว จึงได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ฝาง ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2569 ในข้อหา ร่วมกันยักยอกทรัพย์ โดยต่อมาพนักงานสอบสวนได้เรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอำเภอฝาง 3 ประเด็น ได้แก่
- ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกำนันตำบลเวียง
- พิจารณาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือพักการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างสอบสวน
- หากผลสอบพบว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง ให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง
ด้าน นายทวี สุรินต๊ะ ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ครอบครัวของตนมีเงินออมอยู่ในสถาบันการเงินชุมชนกว่า 500,000 บาท โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารสถาบัน เนื่องจากเป็นผู้นำชุมชนที่ได้รับความไว้วางใจ และมีการประชุมสมาชิกเป็นประจำ แม้จะไม่มีการแจกเอกสารงบการเงินอย่างละเอียด แต่สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่น จนกระทั่งเริ่มเกิดปัญหาการถอนเงินไม่ได้ในปี 2568
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน และการพิจารณาทางวินัยของฝ่ายปกครอง โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด.

