เช้าวันนี้ (16 มี.ค.) บุคลากรทางแพทย์ พยาบาล และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ประมาณ 200 คน ได้ออกมารวมตัวกันที่ลานหน้าเสาธง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อ.เมืองเชียงราย
โดยต่างถือป้ายข้อความต่างๆ นานา เช่น คนไม่ใช่หุ่นยนต์ คืนคุณภาพชีวิตให้พยาบาล บุคลากรหน้างานจะไม่ทน เราไม่เห็นด้วยเวร 12 ชั่วโมง ฯลฯ เพื่อแสดงพลังคัดค้านประกาศสภาการพยาบาลกำหนดให้บุคลากรดังกล่าวต้องทำงานหรือเข้าเวรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
นอกจากนี้มีการจัดทำเป็นสื่อโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความที่มีเนื้อหาว่าปัจจุบันโรงพยาบาลของรัฐมีกำลังพยาบาลขาดแคลนและผู้ป่วยล้น ทำให้พยาบาลต้องรับภาระหนักมาก ซึ่งการทำงาน 8 ชั่วโมงก็ทำให้เหนื่อยล้ามากแล้ว หากให้เพิ่มเป็น 12 ชั่วโมงจะทำให้หมดแรงได้,พยาบาลต้องเข้าเวรตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.และ 20.00-08.00 น.ทำให้สมดุลชีวิตเสียไปและแทบไม่ได้พัก แต่การปรับเวรใหม่ยิ่งจะทำให้กระทบต่อครอบครัว คนทำงานไกลบ้าน,การปรับเวรเป็น 12 ชั่วโมงในขณะที่บุคลากรขาดแคลนทำให้ไม่สามารถจัดตารางเวรได้ ฯลฯ
ตัวแทนพยาบาล กล่าวว่าพวกเราออกมาเรียกร้องให้กลับไปใช้การเข้าเวรปกติ 8 ชั่วโมงเหมือนเดิม เพราะการให้ทำงาน 12 ชั่วโมงจะทำให้พยาบาลเหนื่อยล้าจนกระทบต่อการรักษาผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะเวร 20.00-08.00 น.ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนรวมทั้งไม่สามารถแบ่งกันไปพักได้เพราะจำนวนบุคลากรไม่เพียงพอท่ามกลางลักษณะผู้ป่วยที่มีหลากหลายโรค
พยาบาลอีกคน กล่าวว่าผู้บริหารไม่ได้สอบถามแต่เลือกที่จะเพิกเฉยและให้พวกเราทำงานฟรี หลังจากโรงพยาบาลได้รับนโยบายให้พยาบาลทำงาน 12 ชั่วโมงแล้วก็แจ้งต่อบุคลากรว่าไม่ได้เป็นการบังคับแต่ก็มีการจัดเวรแบบทันทีทันใดโดยให้ทำงานดังกล่าวตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป ขณะที่ค่าตอบแทนก็ไม่สมเหตุสมผลด้วย
ต่อมานายแพทย์เปรมชัย ติรางกูร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้เข้าพบปะกับกลุ่มผู้ชุมชนและรับหนังสือข้อเรียกร้องพร้อมชี้แจงว่าหากหน่วยงาน แผนกหรือวอร์ดใดยังไม่มีความพร้อมในการจัดให้เข้าเวร 12 ชั่วโมงก็ให้จัดตามรูปแบบเดิมคือ 8 ชั่วโมงได้ ทำให้กลุ่มพยาบาลและบุคลกรแยกย้ายกันกลับไปทำงานตามปกต
นายแพทย์เปรมชัย กล่าวว่านโยบายการให้เข้าเวรแบบใหม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตขอพยาบาลอยู่แล้ว แต่ก็เป็นนโยบายตามความสมัครใจโดยให้แต่ละพื้นที่และแผนกที่สามารถปรับได้ให้ปรับเวลาขึ้นมา จึงได้รับฟังข้อมูลจากพยาบาลที่อยากสื่อสารถึงผู้บริหารโดยตรงซึ่งทราบว่าผลกระทบมากที่สุดคือไม่สามรถจัดเวรให้ลงตัวได้
“ความจริงนโยบายเบื้องต้นคือให้เป็นไปตามความสมัครใจ ในวอร์ดไหนในหน่วยงานที่จัดได้ก็จัดได้ ส่วนหน่วยงานไหนในวอร์ดไหนที่ไม่สบายใจหรือมีปัญหาติดขัดก็ไม่ต้องจัดแค่นั้นเอง น่าจะเป็นการทำความเข้าใจร่วมกัน ป้องกันความเข้าใจผิดพลาดด้านการสื่อสาร ตรงนี้เป็นเวลารับปัญหาต่อกัน” นายแพทย์เปรมชัย กล่าว.

