“เจ้าคณะภาค 7 สั่งทุกวัดเปิดพื้นที่หนุนดับไฟป่า จัดเสบียง-ที่พัก ช่วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร”

​เจ้าคณะภาค 7 เมตตาออกคำสั่งด่วน! ให้คณะสงฆ์หนุนดับไฟป่าภาคเหนือ เปิดวัดเป็นศูนย์พักพิงและสนับสนุนเสบียงช่วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร พระธรรมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 มีบัญชาออกคำสั่งด่วนถึงพระสังฆาธิการทุกระดับในพื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ให้ทุกวัดร่วมผนึกกำลังกับหน่วยงานรัฐและภาคประชาชน สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าอย่างเต็มกำลัง พร้อมเปิดพื้นที่วัดเป็นจุดพักกำลังและสนับสนุนอาหาร-น้ำดื่ม แก่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางวิกฤตหมอกควัน.

​เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) เจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ได้ลงนามในคำสั่งเจ้าคณะภาค ๗ ที่ ๐๓/๒๕๖๙ เรื่อง มอบหมายให้คณะสงฆ์ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดับไฟป่าภาคเหนือ โดยระบุถึงความห่วงใยในสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพของประชาชน รวมถึงความเป็นอยู่ของพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ภาคเหนือ

​ผนึกกำลัง “บวร” หนุนภารกิจดับไฟป่า ​คำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามกฎมหาเถรสมาคม โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติให้คณะสงฆ์ในเขตปกครองภาค 7 ดำเนินการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย:
​การสนับสนุนพื้นที่และกำลังบำรุง: ให้ทุกวัดประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานป่าไม้ โดยพิจารณาใช้พื้นที่วัดเป็นศูนย์พักพิง จุดพักกำลัง หรือศูนย์ประสานงานดับไฟป่าตามความเหมาะสม พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

​การกำกับดูแลและรายงานผล: มอบหมายให้พระสังฆาธิการทุกระดับกำกับดูแลวัดในเขตพื้นที่ให้เข้าร่วมสนับสนุนภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมให้เจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอ รายงานผลการดำเนินงานรวมถึงปัญหาอุปสรรคให้เจ้าคณะภาคทราบเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

​การประชาสัมพันธ์และปลูกจิตสำนึก: ให้คณะสงฆ์ทำหน้าที่สื่อสารให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของไฟป่าและรณรงค์ให้งดการเผาในที่โล่ง รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาและร่วมเป็นกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
​บทบาทด้านเผยแผ่พระธรรม: สนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรแสดงบทบาทในการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลตามหลักพระธรรมวินัย
​ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2569 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือจะคลี่คลายลง เพื่อให้สถาบันสงฆ์เป็นที่พึ่งและเป็นส่วนสำคัญในการบรรเทาวิกฤตการณ์ร่วมกับทุกภาคส่วนของสังคมสืบไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า