ร้องสื่อผญบ.แม่ริมพกปืนรีดเงินชาวบ้าน

ร้องสื่อ ผู้ใหญ่บ้าน พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เรียกรับเงินชาวไทใหญ่ รวม 38,500 บาท อ้างจะทำบัตรประชาชนให้ได้ เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ทำให้ไม่ได้ ทางเหยื่อขอเงินคืน ผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจ พกปืนเข้าไปข่มขู่ชาวไทใหญ่ถึงบ้านอีก และยังไปขอเรียกรับเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท ลูกสาวปฏิเสธการจ่าย แล้วแอบอัดคลิปมือถือไว้ แจ้งเรื่องถึงนายอำเภอแม่ริม ประชุมร่วมกับปลัด และนายกฯเทศบาลตำบลในพื้นที่ เรื่องยังเงียบ จึงร้องเรียนสื่อมวลชนพร้อมเผยแพร่คลิป

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านคนหนึ่ง ว่า พบผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้หลอกชาวไทใหญ่ เป็นชายคนหนึ่ง ที่มีครอบครัวอยู่ในพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ (ลูกสาว ชาวไทใหญ่มีบัตรประชาชนคนไทยแล้ว เพราะเกิดในประเทศไทย) โดยผู้ใหญ่บ้าน หรือชาวบ้านใน จ.เชียงใหม่ จะเรียก “ผู้ใหญ่บ้าน” ว่า “พ่อหลวง” มีพฤติกรรมชอบไปเรียกรับเงินชาวบ้าน โดยอ้างว่า ทำบัตรประชาชนคนไทยให้ได้ แต่สุดท้ายทำให้ไม่ได้

โดยชาวไทใหญ่ ที่ตกเป็นเหยื่อพ่อหลวงที่เรียกรับเงิน เล่าให้ฟังว่า เมื่อปลายปีที่แล้วตนได้พูดคุยปรึกษากับพ่อหลวงในหมู่บ้าน ว่า “พ่อหลวง ผมต้องการทำบัตรประชาชน เพราะผมต้องการจะเดินทางไปไหนมาไหนในประเทศไทยได้ เพราะทุกวันนี้มีเพียงบัตรหัว 0 ถ้าหากมีบัตรประชาชนจะได้เดินทางไปหาลูกไปหาหลานที่ต่างจังหวัดได้สะดวกยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาตนก็ได้ทำงานช่วยเหลือสังคมกับชาวบ้านในพื้น เข้าวัดทำบุญกับชาวบ้านมาตลอด มาอยู่ที่ อ.แม่ริมแห่งนี้ นานกว่า 10 ปีแล้ว ลูกๆก็มีบัตรประชาชนกันหมดแล้ว ถ้าตนทำบัตรประชาชนคนไทยได้จะดีมาก ที่สำคัญหากเจ็บป่วยก็จะได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพบาบาลได้ด้วย ซึ่งทางพ่อหลวง ก็บอกตนกลับมาว่า จะช่วยให้ได้ แต่ ต้องมีน้ำใจมอบให้พ่อหลวง”

ชาวไทใหญ่ เล่าต่อว่า ตนจ่ายเงินให้พ่อหลวงไปแล้ว 2 ครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 38,500 บาท ซึ่งครั้งที่ 2 ที่พ่อหลวงมาเอาเงินไป รวม 22,000 บาท ได้อ้างว่า เงินส่วนนี้จะให้ผู้ดำเนินการทำบัตรประชาชนให้ตน โดยมีคนทำงานหลายคน ยังให้ลูกสาวเขียนหน้าซองอีกด้วย ว่า ซองนี้ให้ปลัดอำเภอ ซองนี้ให้กำนัน และซองนี้ให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และก่อนหน้านั้นพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านคนเดิม ยังมาขอให้ช่วยจ่ายค่าชุด ชรบ.(ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) จำนวน 10 ชุด ชุดละ 500 บาท ตนก็เคยช่วยไปแล้ว

ชาย ผู้เสียหายชาวไทใหญ่ เล่าต่ออีกว่า หลังจากจ่ายเงินไป ตนก็ได้ติดต่อสอบถามมาตลอดกับพ่อหลวงที่รับเงินไปแล้ว เจอตัวก็ถาม ได้โทรศัพท์ไปถาม คำตอบที่ได้มาตอนแรกๆ บอกว่า จะทำบัตรประชาชนให้เสร็จก่อนสิ้นปีที่แล้ว (พ.ศ.2568) แต่พอเข้ามาปี พ.ศ.2569 (ก่อนการเลือกตั้ง สส. 9 ม.ค.) พ่อหลวงคนเดิม ก็ยังไม่สามารถทำบัตรประชาชนให้ตนได้

ชาวไทใหญ่ เล่าต่อว่า ครั้งหลังสุดตนบอกพ่อหลวงไปว่า หากทำบัตรประชาชนให้ไม่ได้ ก็ขอเงินคืน แต่ได้สร้างความไม่พอใจให้กับพ่อหลวง ต่อมาประมาณกลางเดือนมีนาคม 2569 พ่อหลวงคนเดิม ได้พกปืนเข้าไปที่บ้านตนอีกครั้ง โดยพกปืนแบบให้เห็นด้ามปืนโผล่ออกมาจากเอว ให้ทุกคนเห็นชัดเจน มาครั้งนั้น ก็บอกตนว่า จะขอเอาเงินเพิ่มอีก 20,000 บาท แต่วันนั้นลูกสาวอยู่ด้วยวันนั้น ลูกสาวบอก ไม่ให้เงินอีกแล้ว เพราะเท่าที่ผ่านมาทำอะไรให้ไม่ได้เลย มีการพูดคุยโต้เถียงกันไป-มา จากนั้นพ่อหลวงก็ออกจากบ้านไปโดยไม่ได้เงินในครั้งหลังสุดนี้เลย วันนั้นลูกสาวได้นำมือถือมาถ่ายคลิปวีดีโอไว้ด้วย

จากนั้นชาวไทใหญ่ ที่ถูกพ่อหลวงเรียกรับเงิน ก็เกิดความหวาดกลัว เพราะพ่อหลวงพกปืนมาด้วย ต่อมาครอบครัวชาวไทใหญ่ เข้าไปพบกับนายกเทศบาลตำบล และประธานสภาเทศบาลในพื้นที่ แล้วเดินทางเข้าพบนายอำเภอแม่ริม เมื่อประมาณกลางเดือน มี.ค.69 ได้ประชุมร่วมกัน มีนายอำเภอ พร้อมปลัดอำเภอแม่ริม ได้หารือแก้ไขปัญหา พร้อมเปิดคลิปเสียงและคลิปวีดีโอที่ถ่ายจากมือถือ บอกเล่าโดยละเอียดวันที่พ่อหลวงคนก่อเหตุเข้าไปในบ้าน แล้วข่มขู่เรียกรับเงินให้ทุกคนในที่ประชุมดูด้วย ยังบอกถึงพฤติกรรมที่พ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านคนนี้ชอบพกปืนไปทั่วหมู่บ้านด้วย แจ้งให้นายอำเภอทราบหมดแล้ว แต่หลังจากพบนายอำเภอครั้งนั้น เวลาผ่านไปกว่า 1 เดือน เรื่องยังเงียบ.!.วันนี้ตัวแทนชาวบ้านจึงนำปัญหาเรื่องนี้มาร้องเรียนสื่อมวลชนดังกล่าว.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า