แม่ฮ่องสอน : ชาวบ้านยังดั้นด้นลงดอย ขอปรับประวัติเพื่อรักษาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังข้อมูลเก่าทำตกหล่นจำนวนมาก

แม่ฮ่องสอน – ชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลของจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงทยอยเดินทางลงจากดอย เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถ หลังพบว่าหลายคนไม่ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากระบบตรวจสอบพบชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ทั้งที่รถบางคันเลิกใช้งาน สูญหาย หรือหมดสภาพไปนานแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งยกเลิกทะเบียน ส่งผลให้ข้อมูลยังคงปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก
ภายหลังการประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระลอกแรก พบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารและหมู่บ้านห่างไกล ไม่ได้รับสิทธิตามที่คาดหวัง หลายรายระบุว่าข้อมูลที่ใช้พิจารณาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง บางคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่ายังคงมีชื่อครอบครองยานพาหนะอยู่ในระบบ จึงต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางลงจากหมู่บ้านเพื่อยื่นขอแก้ไขข้อมูลและอุทธรณ์สิทธิ
สำนักงานขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำแนวทางการยื่นคำร้องตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยสามารถแจ้งผ่านผู้นำชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
จากข้อมูลของสำนักงานขนส่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีประชาชนเข้ามาตรวจสอบข้อมูลแล้วกว่า 600–700 คน ตรวจสอบข้อมูลรถรวม 1,043 คัน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจากเลขประจำตัวประชาชน พร้อมสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการครอบครอง การโอน หรือการเลิกใช้งานรถ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาทบทวนสิทธิ

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติด้านการครอบครองยานพาหนะ กำหนดให้รถยนต์อายุไม่เกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุไม่เกิน 15 ปี และรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ไม่เกิน 2 คัน รวมถึงรถที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระ หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด ประชาชนยังสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ โดยข้อมูลจะถูกส่งให้สำนักงานคลังจังหวัดพิจารณาปรับปรุงก่อนประกาศผลอีกครั้ง
นายชินพงษ์ กวางทู ชาวบ้านตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ต้องออกเดินทางจากหมู่บ้านตั้งแต่เช้าเพื่อมาแก้ไขข้อมูล หลังทราบว่าถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะระบบยังแสดงข้อมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เลิกใช้ไปนานแล้ว พร้อมเห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้ หากข้อมูลได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง
ขณะเดียวกัน หลายอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบผู้ตกหล่นอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าและระบบสื่อสารเข้าถึง เช่น อำเภอปางมะผ้า ซึ่งบางหมู่บ้านมีผู้ไม่ได้รับสิทธิมากกว่าครึ่งของหมู่บ้าน ล่าสุดจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประสานผู้นำหมู่บ้านให้รวบรวมเอกสารและรับเรื่องจากประชาชน ก่อนส่งต่อให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม


