เมื่อวานนี้(23 ม.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายตี๋ (พี่ชาย) และน้องบุ๊ค อายุ 13 ปี ซึ่งวันนี้น้องไม่ไปโรงเรียน และตี๋ได้รับน้องชายต่างมารดามาดูแล
น้องบุ๊ค เล่าว่าวันที่เกิดเหตุคือช่วงพักเที่ยงของวันจันทร์ ที่ 19 ม.ค.69 ขณะที่ตนเองเล่นฟุตบอลเสร็จและกำลังเดินมาพักที่ศาลากลางสนาม รุ่นพี่ ม.2 คนหนึ่งก็ด่าตนจึงด่ากลับ และกำลังจะเดินออกไปเล่นบอลต่อ แต่รุ่นพี่ได้มาจับตัวแล้วจะล้วงไข่ ตนจึงดิ้นหลุดออกมาแล้วจึงเตะบอลใส่ ก่อนที่รุ่นพี่จะมารุมจับตนกดลงที่พื้นให้คนหนึ่งล็อกตัว อีกคนถอดกางเกง อีกคนถ่ายคลิป ตนก็ร้องและดิ้น แต่ไม่มีใครได้ยิน ซึ่งหลังที่รุ่นพี่ปล่อยตัว ตนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าคงถ่ายเล่นๆเฉยๆ
วันถัดมาตนก็ไปโรงเรียนตามปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งวันพุธที่ไปโรงเรียนมีนักเรียนหญิงนำคลิปมาให้ดูแล้วบอกว่ารุ่นพี่ ม.2 ที่ถ่ายคลิปถอดกางเกงตน นำคลิปไปโพสต์ในกลุ่มไลน์ของนักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งเพื่อนบอกว่าให้ตนไปบอกครู ตนรู้สึกอับอายมากและได้ขอคลิปจากเพื่อนผู้หญิง ก่อนที่จะส่งคลิปให้พี่ชาย และพี่ชายก็ไปบอกแม่ ซึ่งตนไม่ทราบว่าคลิปจะถูกส่งไปที่ไหนบ้าง รวมทั้งไม่อยากไปโรงเรียน
นายตี๋ ซึ่งเป็นพี่ชายบอกว่าน้องชาย (น้องบุ๊ค) ซึ่งอายุ13ปี เป็นน้องชายต่างมารดา ตั้งแต่เด็กจะเป็นคนอยู่ไม่นิ่งจนรู้สึกผิดปกติจึงพาไปพบหมอจิตเวชก็ทราบว่าน้องเป็นเด็กสมาธิสั้น หมอจึงให้ยาทานเพื่อควบคุมอารมณ์และให้มีสมาธิมากขึ้น เพิ่งหยุดทานยาไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมายังไม่ถึงปี ตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป
“ทันทีที่เห็นคลิปที่น้องส่งคลิปมาให้แล้วบอกว่าถูกรุ่นพี่แกล้งหลังเห็นคลิป ตนโทรหาน้อง น้องบอกว่าอายไม่รู้ว่ามีใครเห็นบ้างและเพื่อนผู้หญิงหลายคนน่าจะเห็นจึงไม่อยากไปโรงเรียน ตนจึงได้บอกแม่ของน้องเพื่อให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งแม่ได้บอกว่าทางโรงเรียนจะนัดเคลียร์กันอีกครั้ง แต่ตนเห็นว่าเรื่องนี้ควรรีบดำเนินการ เพราะหากปล่อยช้าไปคลิปของน้องก็อาจจะถูกคนที่บันทึกไว้นำไปโพสต์ต่ออีกก็จะยิ่งความเสียหายและอับอายให้กับน้องได้ อยากให้ทางโรงเรียนเร่งประสานผู้ปกครองของเด็กรุ่นพี่ทั้ง3คนที่ก่อเหตุมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหากปล่อยไว้รุ่นพี่กลุ่มนี้ก็อาจจะไปก่อเหตุกับเด็กคนอื่นที่อ่อนแอกว่าหรืออาจจะกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่ถูกกระทำต่อไปได้ รวมทั้งอยากให้ทางโรงเรียนคอยสอดส่องดูแลเด็กนักเรียนให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้” นายตี๋กล่าว.

