ผู้เสียหายรายดังกล่าวคือหมอกระต่าย หมอฟันคลินิกเอกชนแห่งหนึ่งย่านนิตมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน เล่าว่า หลังจากได้ขอให้เซลเงินกู้นอกระบเจ้าหนึ่ง ช่วยตรวจสอบหลักฐานการจ่ายค่างวด หนี้นอกระบบ แต่กลับโดนเซลฯรุ่นลูกคนดังกล่าวทั้ง ด่าทอ ข่มขู่ คุกคามลูกน้องในคลินิก จนหวาดผวา
หมอกระต่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเป็นผู้เสียหายในคดีที่ถูกเพื่อนสมัยเรียนหนังสือชื่อว่านางสาวกบ หลอกลงทุนและโกงเงินไป 39 ล้านบาท ซึ่งศาลชั้นต้นได้ตัดสินว่านางสาวกบมีความผิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568
แค่ก่อนหน้านั้น เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2567 ตนได้ไปกู้เงินนอกระบบจำนวน 120,000 บาท จากนายกล้า (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเซลเงินกู้นอกระบบรายหนึ่งโดยต้องจ่ายค่างวดวันล่ะ 6 พันบาท เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างสู้คดีที่ได้ฟ้องร้องนางสาวกบ พร้อมพวกในข้อหาฉ้อโกงและคดีฟอกเงิน
ช่วงแรกตนจะใช้บริการเงินกู้นอกระบบเป็นระยะเวลาสั้นๆ จนถึงวันตัดสินวันที่ 28 มีนาคม 2568 เพื่อรอเงินที่จะได้จากนางสาวกบ แต่กลับกันจำเลยทั้ง 3 คนไม่ยอมรับสารภาพ สู้คดีและขอยื่นอุทธรณ์ ซึ่งคดีนี้กำลังส่งไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทำให้ตนต้องใช้บริการเงินกู้นอกระบบและจ่ายค่างวด ต่อไปจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ซึ่งตนได้คำนวณค่างวดแล้วว่าครบจำนวนแล้ว
ต่อมานายกล้า เซลเงินกู้นอกระบบได้ติดต่อมาว่าตนยังจ่ายค่างวดไม่ครบ ตนจึงได้นำหลักฐานเป็นสลิบเงินที่โอนจ่ายค่างวดมาตรวจสอบและส่งให้นายกล้า ดูเพื่อไปตรวจสอบกับบริษัทฯ หลังจากนั้นนายกล้าฯติดต่อมาว่าฝ่ายเร่งรัดหนี้สินจะเข้าไปเคลียร์เรื่องยอดเงินที่ค้างส่ง
ซึ่งขณะนั้นตนไม่สะดวกเพราะตอนนั้นกำลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน ที่ตนได้ฟ้องบัญชีม้าและผู้เกี่ยวข้องคดีฟอกเงินอยู่ แต่นายกล้า กลับไม่ฟังและได้บุกขึ้นมาทวงหนี้ต่อหน้าพนักงานสอบสวน อ้างว่าเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย
หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยตกลงกันโดยนายกล้า ได้ขอเปลี่ยนการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารนายวิทย์ (นามสมมุติ) และได้ข่มขู่ให้ตนจ่ายหนี้ทุกวันระบุว่าตนยังค้างเงินชำระเงิน 68,000 บาท และให้จ่ายค่าวงดวันละ 500 บาท
“ระหว่างนั้นตนได้ให้นายกล้า เช็คยอดคงค้างกับบริษัทต้นทางว่ายอดหนี้เหลือเท่าไหร่และนำมาเปรียบเทียบกับสลิปโอนเงินที่ตนส่งให้ ทุกครั้งนายกล้าจะปฏิเสธและพูดส่งข้อความด่าทอ ข่มขู่ ทวงหนี้ตนตลอด”
ต่อมาตนได้นำสลิปที่โอนเงินจ่ายค่างวดที่เก็บไว้มาเช็คอย่างละเอียดพบพิรุธหลายอย่างและพบว่าตนได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนายวิทย์และนายกล้า เกินจากยอดทั้งหมด 10,300 บาท จึงส่งหลักฐานให้นายกล้า ตรวจสอบและท้วงติงยอดเงิน
แต่นายกล้ากลับโกรธที่ตนจับได้ว่าโกงเงิน กลับด่ารัวๆด้วยคำหยาบคาย ตนได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 3 ข้อหา คือ เก็บดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนด, ฉ้อโกง และหมิ่นประมาท
ซึ่งตนตัดสินใจเข้าแจ้งความเนื่องจากเพื่อความปลอดภัยของตนและลูกน้องในคลีนิค และที่สำคัญตนเกลียดคนโกง เพราะเคยถูกนางสาวกบเพื่อนสาวหลอกลงทุนสูญเงินไปถึง 39 ล้านบาท และคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรอยู่ในสังคม

