วัดเชียงยืน (เดชเมืองเชียงใหม่) แถลงเตรียมจัดพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์บท “อุปปาตะสันติ” หรือ “มหาสันติงหลวง” ฉบับแปลไทย ครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในวันจักรี 6 เมษายนนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งบรมราชจักรีวงศ์
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ วัดเชียงยืน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระครูสิริญาณวัชร์ เจ้าอาวาสวัดเชียงยืน พร้อมด้วย พล.ต.นเรศร์ จิตรักษ์ อดีตอนุศาสนาจารย์กองทัพบก ร่วมกันแถลงข่าวการจัดพิธีบวงสรวงและสวดมนต์บทสำคัญเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีล้านนา และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์

ไฮไลต์สำคัญ: ครั้งแรกกับการสวดฉบับแปลไทย
พล.ต.นเรศร์ จิตรักษ์ เปิดเผยรายละเอียดว่า กิจกรรมในวันที่ 6 เมษายนนี้ แบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาสำคัญ คือ:
-
ภาคเช้า (09.09 น.): พิธีบวงสรวงเทพยดา อารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อล้านนา โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก อ.วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา เป็นผู้นำประกอบพิธีเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมือง
-
ภาคค่ำ (17.00 น.): พิธีสวดมนต์บท “อุปปาตะสันติ” หรือ “มหาสันติงหลวง” ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้คือจะเป็นการสวด “ฉบับแปลเป็นภาษาไทย” โดยพระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชนจะร่วมกันสวดพร้อมกันทั้งวัด เพื่อให้ผู้ร่วมพิธีเข้าถึงความหมายและอานุภาพแห่งพระปริตรธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่
ในการนี้ ได้นิมนต์พระมหาเถราจารย์จากวัดที่มีชื่อเป็นมงคลในกลุ่มทักษาเมืองเชียงใหม่ จำนวน 8 รูป มาร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์

วัดเชียงยืน: มรดกวัฒนธรรม “เดชเมืองเชียงใหม่”
ด้าน พระครูสิริญาณวัชร์ เจ้าอาวาสวัดเชียงยืน กล่าวว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ประเพณี “ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง” อย่างเป็นสิริมงคล โดยวัดเชียงยืนถือเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย มีฐานะเป็น “เดชเมืองเชียงใหม่” และเป็นที่ประดิษฐานพระมหาธาตุเจดีย์รวมถึงพระอุโบสถทรงแปดเหลี่ยมอันล้ำค่า ซึ่งวัดแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมานานกว่า 47 ปีแล้ว
จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีบวงสรวงและเจริญพระพุทธมนต์บท “มหาสันติงหลวง” ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569 ณ วัดเชียงยืน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันสร้างพลังแห่งความสามัคคีและความสงบร่มเย็นให้เกิดขึ้นแก่ครอบครัวและสังคมสืบไป


