เชียงใหม่ – กลุ่มเครือข่ายประชาชนภายใต้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) พร้อมตัวแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิทธิในที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ รวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดิน คุ้มครองสิทธิชุมชน และยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้ชุมนุม

การยื่นหนังสือครั้งนี้มี นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนจังหวัดรับหนังสือ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการส่งเรื่องผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อถึงนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอน
กลุ่มพีมูฟระบุว่า นโยบายของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินของชุมชน รวมถึงแนวทางยุติบทบาทของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ที่อาจกระทบต่อประชาชนจำนวนมากซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน
พีมูฟระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกนโยบายโฉนดชุมชนไม่น้อยกว่า 200 ชุมชนทั่วประเทศ และหากยุติภารกิจของ บจธ. จะส่งผลต่อเกษตรกรและผู้ยากจนกว่า 5,000 ครัวเรือน ที่ยังรอการจัดสรรและเข้าถึงที่ดินทำกิน

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังแสดงความกังวลต่อกรณีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งยืนยันว่าการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นโดยสงบเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องคุ้มครอง
ทั้งนี้ พีมูฟได้ยื่นข้อเรียกร้องสำคัญต่อรัฐบาล ประกอบด้วย การคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชนและแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างเป็นธรรม ทบทวนการยุติภารกิจของ บจธ. เร่งจัดสรรที่ดินหรือออกเอกสารสิทธิให้ประชาชน ตรวจสอบกรณีการใช้กำลังต่อผู้ชุมนุม และคุ้มครองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเหมืองแร่บริเวณชายแดน
ภายหลังยื่นหนังสือ กลุ่มพีมูฟยืนยันว่าจะติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด พร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินและสิทธิชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชน.

