เชียงใหม่ – “ชีวะภาพ” นำคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงพื้นที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามปัญหาการบุกรุกป่าต้นน้ำเพื่อปลูกขิง หลังพบการแผ้วถางพื้นที่ป่าหลายจุด โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้มาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ อย่างจริงจัง พร้อมเร่งรื้อถอนพื้นที่บุกรุกและฟื้นฟูป่าต้นน้ำ

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติออบหลวง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์การบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อเพาะปลูกขิงของกลุ่มทุนนอกพื้นที่ โดยมีหน่วยงานด้านป่าไม้ อุทยาน ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล
จากข้อมูลของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 พบการขยายพื้นที่ปลูกขิงของกลุ่มทุนนอกพื้นที่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการแผ้วถางพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อทำการเกษตรเชิงพาณิชย์

ในพื้นที่ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด เจ้าหน้าที่ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่มและป่าแม่ตื่น บริเวณบ้านแม่ลายดวงจันทร์ โดยตรวจยึดพื้นที่ได้ 8 แปลง รวมกว่า 169 ไร่ และดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้ว
อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเส้นทางมีสภาพทุรกันดาร และเจ้าหน้าที่ยังพบพฤติกรรมขัดขวางการปฏิบัติงาน เช่น การนำสิ่งกีดขวางมาวางบนเส้นทาง เพื่อสกัดกั้นการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่
นายชีวะภาพกล่าวว่า จุดที่ลงพื้นที่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่น้ำปิง ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศและระบบน้ำของประเทศ หากป่าต้นน้ำถูกทำลายต่อเนื่อง ย่อมส่งผลต่อการดูดซับน้ำในช่วงฤดูฝน และอาจกระทบต่อสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้ง

จากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมยังพบจุดต้องสงสัยเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าปรากฏขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณบ้านแม่ลายดวงจันทร์ ซึ่งตรวจพบจุดบุกรุกประมาณ 40 จุด และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว
นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังพบร่องรอยการเตรียมพื้นที่และการปลูกขิง แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจยึดและติดป้ายประกาศห้ามใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้วก็ตาม
นายชีวะภาพเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาบังคับใช้ มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อย่างจริงจัง เพื่อระงับและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือการใช้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการไม่ให้ผู้กระทำผิดได้รับประโยชน์จากผลผลิตในพื้นที่บุกรุก

พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการฯ เสนอให้เร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกทำลาย โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำ และให้ฝ่ายปกครองร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ช่วยเฝ้าระวังการบุกรุกซ้ำ
ด้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า ปัจจุบันได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในหลายพื้นที่แล้ว และอยู่ระหว่างการลาดตระเวนเฝ้าระวัง รวมถึงเตรียมดำเนินมาตรการตามกฎหมายกับพื้นที่ที่ยังพบการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา จะติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันการบังคับใช้กฎหมายและการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว


