จับ “พ่อทิพย์” แม่สะเรียง รับจ้างสวมเป็นพ่อเด็ก แจ้งเกิดเท็จ ได้ค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท

แม่ฮ่องสอน – อำเภอแม่สะเรียงเดินหน้าปราบปรามทุจริตทางทะเบียนราษฎร จับชายวัย 30 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าสวมอ้างเป็นบิดาของเด็กที่เกิดจากมารดาไม่มีสัญชาติไทย ทั้งที่ไม่ใช่บิดาที่แท้จริง หวังให้เด็กได้รับการบันทึกสถานะเป็นผู้มีสัญชาติไทย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท ขณะที่ฝ่ายปกครองสั่งขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องและรายการแจ้งเกิดย้อนหลัง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งการให้นายเทพทัตต์ คมขวัญเมือง ปลัดอำเภอ กลุ่มงานทะเบียนและบัตร สำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย กรณีต้องสงสัยว่ามีการแจ้งเกิดโดยใช้ข้อความอันเป็นเท็จ

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากสำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียงได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ชาวตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง มีพฤติการณ์สวมอ้างเป็นบิดาของเด็ก หรือที่เรียกกันว่า “พ่อทิพย์” โดยอ้างตนเป็นบิดาของเด็กที่เกิดจากมารดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทั้งที่ไม่ใช่บิดาที่แท้จริง เพื่อให้เด็กได้รับการบันทึกรายการทางทะเบียนเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ

เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบเอกสารและข้อมูลในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พบประวัติการแจ้งเกิดที่นายเอระบุว่าตนเป็นบิดาของเด็กจำนวน 3 คน นอกจากนี้ การสืบสวนเพิ่มเติมยังพบข้อมูลบ่งชี้ว่าอาจมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันมากกว่าหนึ่งครั้ง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมาในวันเดียวกัน นายเอเข้าพบเจ้าหน้าที่ ณ สำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งพฤติการณ์ที่ตรวจพบและข้อกล่าวหาให้ทราบ โดยตามรายงานของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้สวมอ้างเป็นบิดาของเด็กทั้งที่ไม่ใช่บุตรของตน และได้รับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตามรายงานเบื้องต้น ได้แก่

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 กรณีแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน และอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
  • พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 กรณีที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักฐานเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือรายการในทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย โดยรายละเอียดเกี่ยวกับการแจ้งเกิดแต่ละครั้ง ค่าจ้าง และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง จะต้องตรวจสอบประกอบพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนต่อไป

ด้านนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประสานพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลว่า มีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิดหรือให้ความช่วยเหลือหรือไม่ พร้อมให้สำนักทะเบียนอำเภอแม่สะเรียงตรวจสอบเอกสารและรายการแจ้งเกิดย้อนหลัง โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระบุความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับเด็ก เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลและตรวจหาความผิดปกติทางทะเบียน หากพบหลักฐานการกระทำผิดให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ การไม่มีสัญชาติไทยไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเข้าเมืองหรือพำนักในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย และไม่ใช่หลักฐานว่ามีการทุจริตทางทะเบียน การตรวจสอบจึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นรายกรณี โดยคำนึงถึงสิทธิของเด็กและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลควบคู่กันไป

การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกรมการปกครองในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อรักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด

CM77 ล้านนา | ข่าวท้องถิ่นภาคเหนือ เจาะประเด็นที่คนอยากรู้

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า