ยกเครื่องผังน้ำเชียงใหม่! ชลประทานเชียงใหม่ นำระบบ AI พ่วงดาวเทียม บริหารจัดการน้ำรับมือ “เอลนีโญ”

ชลประทานเชียงใหม่ ขี่พายุเอลนีโญ! ส่ง AI สแกนน้ำเหนือรับมือ “ฝนทิ้งช่วง” เผยปรับแผนยกเครื่องแม่น้ำปิง รับน้ำเพิ่ม 600 ลบ.ม. ขยับเกณฑ์เตือนภัยสะพานนวรัฐเป็น 4.20 เมตร

เชียงใหม่ – ฝนเหนือวิกฤตติดลบ 70%! ชลประทานเชียงใหม่ขานรับสภาวะเอลนีโญ สั่งบิดแผนสู้ศึกน้ำ นำเทคโนโลยี AI และระบบดาวเทียมระบบปิดสแกนลุ่มน้ำปิง ผอ.เกื้อกูล เผยความพร้อมอ่างใหญ่-กลางยังคุมได้ สั่งประตูกั้นปิงกักน้ำเต็มพิกัด ชี้ข่าวดีผลจากการระดมขุดลอกฝายโบราณ ดันลำน้ำปิงรับมวลน้ำเพิ่มฮวบเป็น 600 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้ต้องยกเครื่องเกณฑ์เตือนภัยล้นตลิ่งจุด P.1 สะพานนวรัฐใหม่ ขยับจาก 3.70 เมตร เป็น 4.20 เมตร เตือนคนเมืองน้ำหลากเร็วขึ้นกว่าเดิม 1 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ณ โครงการชลประทานเชียงใหม่ นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ แถลงข่าวครั้งสำคัญถึงแผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกเพื่อรับมือวิกฤตสภาพอากาศแปรปรวน โดยเปิดเผยว่า แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วแต่สถานการณ์น้ำในเชียงใหม่ยังน่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีมีเพียง 78.80 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติถึงร้อยละ 70 ส่งผลให้อัตราการไหลของแม่น้ำปิงลดฮวบเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

งัด AI – ดาวเทียมคุมน้ำ 13 อ่าง ลั่นประตูน้ำปิงกักน้ำเต็มพิกัด

เพื่อรับมือกับภาวะฝนทิ้งช่วงจากอิทธิพลของเอลนีโญ ชลประทานเชียงใหม่ได้ยกระดับการบริหารจัดการน้ำสู่ยุคดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยี Climata – Smart Agriculture (CSA) ทำงานร่วมกับระบบ IoT ภาพถ่ายดาวเทียม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วิเคราะห์และพยากรณ์สถานการณ์น้ำเชิงลึกแบบ Real-time เพื่อจัดจราจรน้ำและส่ง SMS/LINE เตือนภัยเกษตรกรล่วงหน้า

ด้านสถานการณ์น้ำต้นทุนล่าสุด เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำอยู่ที่ร้อยละ 62.24 เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีร้อยละ 61.91 ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 13 แห่งมีน้ำรวมร้อยละ 64 ซึ่งภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ โดยชลประทานได้สั่งการให้ปิดประตูระบายน้ำในลำน้ำปิงทุกบาน ตั้งแต่ประตูระบายน้ำท่าวังตาลไปจนถึงประตูระบายน้ำแม่สอย เพื่อกักเก็บน้ำไว้ด้านหน้าเต็มความจุทุกแห่ง สำรองไว้ใช้ช่วงวิกฤต

พลิกโฉมผังน้ำเมืองเชียงใหม่ ขยับเป้าเตือนภัย P.1 สะพานนวรัฐ

นายเกื้อกูล เปิดเผยไฮไลต์สำคัญระบุว่า ผลจากการที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ระดมขุดลอกและปรับปรุงท้องน้ำบริเวณฝายโบราณทั้ง 3 จุดในลำน้ำปิง ทำให้โครงสร้างท้องน้ำเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยปัจจุบันลำน้ำปิงช่วงผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ (จุดวัด P.1 เชิงสะพานนวรัฐ) สามารถรองรับมวลน้ำได้เพิ่มขึ้นจากเดิม 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พุ่งสูงขึ้นเป็น 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยที่น้ำยังไม่ล้นตลิ่ง

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ชลประทานเชียงใหม่ต้อง ปรับเกณฑ์เปลี่ยนระดับการแจ้งเตือนภัยน้ำล้นตลิ่งแก่ประชาชนใหม่ จากเดิมที่เคยแจ้งเตือนเมื่อระดับน้ำสูงถึง 3.70 เมตร เปลี่ยนเป็นเตือนที่ระดับ 4.20 เมตร แทน อย่างไรก็ตาม การขุดลอกส่งผลให้น้ำไหลได้สะดวกและเร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลามวลน้ำหลากที่จะเดินทางจากจุดวัด P.67 (อ.สันทราย) เข้าสู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ (จุด P.1 สะพานนวรัฐ) จากเดิมที่ใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง จะลดเวลาสั้นลงและถึงตัวเมืองเร็วขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งชลประทานจะใช้ระบบ AI และสถานการณ์น้ำหลากจริงในฤดูฝนนี้ในการอัปเดตข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อแจ้งเตือนกลุ่มเปราะบางและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นเอกภาพต่อไป

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า