นบ.ยส.35 ผนึกกำลัง นบ.ยส.24 แลกเปลี่ยนข้อมูล สกัดยาเสพติดชายแดน

นบ.ยส.35 ผนึกกำลัง นบ.ยส.24 แลกเปลี่ยนข้อมูล สกัดยาเสพติดชายแดน เผยผลงานยึดยาบ้ากว่า 588 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 19 ตัน พร้อมคุมเข้มสารเคมีตัดวงจรการผลิต

เชียงใหม่ – วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ผบ.นบ.ยส.35) ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของ นบ.ยส.35 พร้อมเป็นประธานเปิดการประชุมประสานการปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ กองบัญชาการ นบ.ยส.35 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้มี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมคณะเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ประสบการณ์ และแนวทางการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในส่วนของ นบ.ยส.35 มีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 และภาค 6 ตำรวจภูธรภาค 5 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่

การประชุมมุ่งเน้นการบูรณาการกำลัง 3 ฝ่าย ได้แก่ พลเรือน ทหาร และตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่อาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

สำหรับพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.35 ครอบคลุม 6 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ได้แก่ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน รวม 25 อำเภอชายแดน

ยึดยาบ้าแล้วกว่า 588 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 19 ตัน

ผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 12 สิงหาคม 2569 นบ.ยส.35 เปิดเผยว่า มีเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดรวม 348 ครั้ง แบ่งเป็นการปะทะกับกลุ่มขบวนการบริเวณแนวชายแดน 67 ครั้ง และการจับกุมในพื้นที่ตอนใน 281 ครั้ง

สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากกว่า 588 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 19 ตัน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 328 ราย ขณะที่มีผู้ก่อเหตุเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่รวม 51 ราย

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปริมาณยาบ้าที่ตรวจยึดได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 67.82 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 237 ล้านเม็ด ส่วนไอซ์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 25.35 หรือมากกว่า 3 ตัน ขณะที่คีตามีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 ส่วนเฮโรอีนมีปริมาณลดลงร้อยละ 81.1

คุมเข้มสารตั้งต้น ตัดวงจรการผลิต

นอกจากการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนแล้ว นบ.ยส.35 ยังเดินหน้ามาตรการตัดวงจรการผลิต โดยผลักดันการควบคุมสารตั้งต้นและสารเคมีที่อาจถูกนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด

เบื้องต้นมีการกำหนดให้พื้นที่จังหวัด ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงราย เป็นเขตควบคุมตามกฎหมาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการควบคุมสินค้า เพื่อกำกับดูแลสารตั้งต้น 7 ชนิด และสารทำปฏิกิริยาอีก 19 ชนิด

มาตรการดังกล่าวมุ่งป้องกันไม่ให้สารเคมีและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องถูกลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ผลิตยาเสพติด พร้อมเพิ่มการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อปิดช่องทางการลำเลียงและลดศักยภาพของเครือข่ายยาเสพติดตามแนวชายแดน

การประชุมระหว่าง นบ.ยส.35 และ นบ.ยส.24 จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์จากพื้นที่ เพื่อยกระดับการปฏิบัติร่วมกัน และเดินหน้าสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดนจนถึงพื้นที่ตอนในอย่างเป็นระบบ ตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง.

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า