เสร็จก่อนฝน! ชลประทานสปีดพนังกั้นน้ำปิง “ปตร.ท่าวังตาล” คืบหน้า 90% เร็วกว่าแผน 4 เดือน เสริมเกราะสูง 5.20 เมตร เซฟโซนบ้านเกาะกลาง-สารภี รองรับน้ำหลาก 800 ลบ.ม.

เชียงใหม่ – สปีดรันหนีฝน! ผอ.สพด.1 ควงแขน ผอ.ชลประทานเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจพนังกั้นน้ำปิงท้ายประตูระบายน้ำท่าวังตาล โชว์ผลงานชิ้นโบแดงก่อสร้างพุ่งฉลุย 90% จ่อเสร็จสมบูรณ์ 100% สิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ เร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 4 เดือนเต็ม ลบจุดอ่อนน้ำท่วมประวัติศาสตร์ปี 65 ดีดความสูงพนังเพิ่มอีก 1.50 เมตร ดันระดับสูงสุดแตะ 5.20 เมตร การันตีบล็อกมวลน้ำหลากยักษ์ได้ถึง 800 ลบ.ม.ต่อวินาที ชุบชีวิตชาวบ้านเกาะกลาง-ป่าแดด-สารภี พ้นวิกฤตน้ำเอ่อล้นตลิ่งฝั่งซ้าย
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วย นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ และคณะเจ้าหน้าที่วิศวกรผู้เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงอาคารประกอบประตูระบายน้ำในแม่น้ำปิงพร้อมระบบสูบน้ำ บริเวณด้านท้ายประตูระบายน้ำ (ปตร.) ท่าวังตาล ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี 2569

อุดรอยรั่วปี 65 ยกพนังสูง 5.20 เมตร บล็อกน้ำท่วมเมือง
นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ เปิดเผยว่า พื้นที่บริเวณท้าย ปตร.ท่าวังตาล ฝั่งซ้าย เคยเป็นจุดวิกฤตที่ได้รับผลกระทบหนักจากมหายุทธ์น้ำท่วมเชียงใหม่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2565 โดยมวลน้ำปิงจำนวนมากหลากล้นข้ามพนังกั้นน้ำเดิมที่มีระดับต่ำ ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรใน ต.ป่าแดด และ ต.ท่าวังตาล รวมไปถึงย่านเศรษฐกิจถนนวงแหวนรอบสอง เส้นทางเวียงกุมกาม และโกลบอลเฮ้าส์ เป็นวงกว้าง
กรมชลประทานจึงได้ออกแบบยกตัวพนังกั้นน้ำคอนกรีตขึ้นใหม่ ความยาวรวม 303 เมตร โดยปรับเพิ่มความสูงขึ้นจากเดิมอีก 1.50 เมตร ทำให้ระดับความสูงรวมอยู่ที่ 5.20 เมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการรองรับอัตราการไหลของมวลน้ำในแม่น้ำปิงช่วงท้าย ปตร. ได้สูงถึง 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงโครงสร้างช่วงบันไดปลาและส่วนต่อเชื่อมเหมืองท่าวังตาลให้ยกระดับสูงเท่ากัน เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ อ.สารภี และ ต.ป่าแดด ได้อย่างเด็ดขาด

ข่าวดีเสร็จก่อนกำหนด 4 เดือน ยื่นความมั่นใจให้ชาวบ้าน
ผอ.สพด.1 กล่าวเพิ่มเติมด้วยความมั่นใจว่า โครงการนี้เริ่มลงเครื่องจักรวางแนวก่อสร้างจริงตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2568 ซึ่งตามสัญญาเดิมมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2569 แต่เนื่องจากชลประทานได้เร่งรัดผู้รับเหมาอย่างหนักเพื่อให้ทันรับมือฤดูฝนปีนี้ ปัจจุบันงานคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ 100% ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ซึ่งเร็วกว่าแผนงานเดิมถึง 4 เดือน พร้อมส่งมอบให้ชลประทานเชียงใหม่บริหารจัดการน้ำทันที ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมั่นใจว่า พนังกั้นน้ำชุดใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน



