เชียงใหม่ – กลุ่มบริษัทกัลฟ์ (GULF) และ บริษัท เชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี จำกัด (CMWTE) เดินหน้าส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “คืนสมดุลให้ป่าด้วยจุลินทรีย์” ปีที่ 5 เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูป่าไม้ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มบริษัทกัลฟ์ พร้อมด้วย นายสมพงค์ เจริญศิริ กำนันตำบลป่าป้อง และประธานวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าต้นน้ำห้วยต้นยาง รวมถึง นางสาวจันทร์จิรา จำปาอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านป่าตึงน้อย และผู้นำชุมชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ด้วยเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา และเทคโนโลยีการผลิตถ่านไบโอชาร์เพื่อฟื้นฟูดินและเพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตร
กิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน นำโดย ผศ.ดร.วรรณา มังกิตะ สาขาการจัดการป่าไม้ มหาวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ และ ดร.สุจิตรา โกศล ประธานมูลนิธิเห็ดไมคอร์ไรซาเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกไม้เศรษฐกิจควบคู่กับการเพาะเห็ดไมคอร์ไรซา เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศป่าไม้

ขณะเดียวกัน นางสาวขวัญภิรมย์ฑร สุขศรีญ์ จากมูลนิธิอุ่นใจ และ นายศิริคุณ สุนทรสัตถาพร ผู้ประกอบการอ้อมเดือนฟาร์มไส้เดือนและเกษตรอินทรีย์ ได้ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตถ่านไบโอชาร์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การนำไบโอชาร์ไปใช้ปรับปรุงดิน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับชุมชน
ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจริง ตั้งแต่การผลิตเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซา การปลูกกล้าไม้ การใส่เชื้อเห็ดในพื้นที่ป่า การผสมดินไบโอชาร์ร่วมกับมูลไส้เดือน ตลอดจนการสาธิตการเผาถ่านไบโอชาร์ด้วยเตาเผาประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยลดการเผาในที่โล่ง ลดขยะทางการเกษตร ลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และช่วยกักเก็บคาร์บอน ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
นอกจากนี้ ยังมีการมอบเตาเผาไบโอชาร์ให้แก่ชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ พร้อมสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้นำชุมชนจากหลายจังหวัดภาคเหนือ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญระหว่างภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ในการส่งเสริมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีส่วนร่วม สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดปัญหามลพิษ และการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในระยะยาว


