เชียงใหม่ – หัวหน้าอุทยานฯ ออบหลวง นำกำลังซุ่มโปร่งข้ามคืน หลังเห็นแสงไฟฉายปริศนาบนสันเขาห้วยแม่กิ๊กหลวง บุกรวบ 3 พรานป่าขณะกำลังนั่งล้อมวงโซ้ย “แกงอีเห็น” ตรวจยึดปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ 3 กระบอก พร้อมซากสัตว์ป่าอื้อ ทั้ง “นิ่ม-งูเห่า-กระรอกบิน” เผยอ้างเข้ามาแผ้วถางที่นาพ่อตา แต่สบโอกาสเลยลอบล่าสัตว์ประทังท้อง สุดท้ายไม่รอดถูกจับดำเนินคดีหนัก
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 นางสาวนิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง รายงานผลการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายป่าไม้และสัตว์ป่าตามนโยบายเข้มข้นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยเจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลางอุทยานฯ ออบหลวง สนธิกำลังหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 4 (บ่อน้ำร้อนเทพพนม) ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณป่าแม่กิ๊กหลวง ท้องที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นแสงไฟฉาย 3 ดวง วิ่งไปมาบนสันเขาห้วยแม่กิ๊กหลวงซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดไฟป่า จึงวางแผนดักซุ่มตลอดทั้งคืน จนกระทั่งช่วงสายวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบริเวณริมลำห้วย พบชาย 3 คน กำลังนั่งล้อมวงรับประทานอาหาร เมื่อเข้าตรวจสอบถึงกับตะลึง พบกลุ่มชายดังกล่าวกำลังกินแกงเนื้อสัตว์ป่า และมีหัวสัตว์อีเห็นเสียบไม้ย่างไฟอยู่


จากการตรวจค้นโดยรอบ พบอาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ 3 กระบอก (หนึ่งในนั้นดัดแปลงติดลำกล้องส่องสัตว์) ซุกซ่อนตามกิ่งไม้และใช้สังกะสีปิดทับ นอกจากนี้ยังพบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก ประกอบด้วย ซากตัวนิ่ม 5 ชิ้น, ซากงูเห่า 8 ชิ้น, หัวอีเห็น 1 ชิ้น, เนื้อสดอีเห็น 2 กิโลกรัม, ซากกระรอกบิน 1 ตัว และไก่ป่าสำหรับใช้เป็นไก่ต่อล่อสัตว์
ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ทราบชื่อคือ นายสุรเดช อายุ 45 ปี, นายพิรุณ อายุ 31 ปี และนายเกียรติไกร อายุ 39 ปี ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า เข้ามาอยู่ในพื้นที่ป่าตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. เพื่อแผ้วถางพื้นที่เกษตร (ม.64) ของญาติ แต่ระหว่างนั้นได้ถือโอกาสออกล่าสัตว์ป่าไปด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แจ่ม ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป

