กร่างถามเงินเท่าไหร่พร้อมจ่ายค่าทำขวัญ ตร.เมืองเชียงใหม่รุดระงับเหตุระทึก โชคดีคู่กรณีเจ็บเล็กน้อยไม่ติดใจเอาความ
เชียงใหม่ – อากาศร้อนอบอ้าวทำพิษ นักท่องเที่ยวจีนสิงคโปร์ดื่มเบียร์ย้อมใจจนคลั่ง พกส่งลำโพงบูลทูธเปิดเพลงส่งเสียงดังลั่นซอยย่านไนท์บาร์ซ่า พ่อค้าแม่ค้าเข้าไปเตือนกลับโดนสวนด้วยขวดเบียร์ปาใส่บาดเจ็บ ซ้ำกร่างใส่ถามต้องการเงินเท่าไหร่พร้อมเคลียร์ สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ รุดเข้าเจรจาระงับเหตุวุ่น สุดท้ายผู้เสียหายใจดีไม่เอาความ ชี้เพราะแดดร้อนบวกน้ำเมาทำขาดสติ ก่อนยอมแยกย้าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยุกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุความเดือดร้อนรำคาญ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีอาการคล้ายมึนเมา ก่อเหตุอาละวาดเปิดเพลงจากลำโพงบูลทูธเสียงดังสนั่น และมีการขว้างขวดเบียร์ใส่ผู้ประกอบการร้านค้าจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณซอยแมคโดนัลด์ ย่านไนท์บาร์ซ่า ถนนช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังรับแจ้งจึงรีบประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เดินทางไปตรวจสอบเพื่อระงับเหตุทันที
ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายอาละวาดใส่กลุ่มผู้ประกอบการในละแวกดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการเจรจาเพื่อสงบสติอารมณ์ จากการสอบสวนเบื้องต้นนักท่องเที่ยวรายนี้ระบุว่าตนเองเป็นชาวจีนสิงคโปร์ เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้เข้าไปสอบถามผู้ประกอบการชาวไทยที่ถูกตนเองขว้างขวดเบียร์ใส่ ในลักษณะถามแกมกร่างว่า ต้องการเงินเยียวยาหรือค่าเสียหายเป็นจำนวนเท่าไหร่เพื่อจบเรื่อง
ขณะที่ผู้ประกอบการชาวไทยที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เปิดเผยว่า ตนไม่ได้ติดใจเอาความหรือต้องการเงินค่าเสียหายแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้นักท่องเที่ยวรายนี้ปิดเสียงเพลงและออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ เนื่องจากเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวรายอื่นและร้านค้าในพื้นที่อย่างมาก ส่วนสาเหตุคาดว่าเนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในเมืองเชียงใหม่ร้อนอบอ้าวมาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวรายนี้ดื่มเบียร์เข้าไปจนมึนเมา จึงอาจเกิดความเครียดสะสมจนควบคุมสติไม่อยู่
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาและเชิญตัวนักท่องเที่ยวรายนี้ไปสงบสติอารมณ์และสอบสวนต่อที่โรงพัก แต่ทางนักท่องเที่ยวปฏิเสธไม่ยอมไป สุดท้ายเมื่อเห็นกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวรายนี้เริ่มมีท่าทีลดความคลุ้มคลั่งลงและยอมเดินเท้าออกจากจุดเกิดเหตุไปแต่โดยดี โดยทางกลุ่มผู้ประกอบการไม่ได้ติดใจเอาเรื่องข้ามประเทศ ยอมขยับขยายแยกย้ายกันไปประกอบอาชีพตามปกติ

