ตามจับได้ที่เชียงใหม่ ตาวัย82ปี ขับกระบะซิ่งไหล่ทาง ชนจยย.เจ็บ 2 ราย ที่นครสวรรค์ อ้างไม่รู้ว่าขับชน วันเกิดเหตุขับมาชิลๆ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
วันที่ 6 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ควบคุมตัว นายชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจยึดรถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีขาว 4 ประตู ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ส่งมอบให้ ร.ต.อ.ไพรัตน์ สุขพรรณ์ พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบปากคำ
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ไม่หยุดรถและไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับอันตราย และหลบหนีไม่แสดงตัวต่อเจ้าพนักงาน
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2568 มีการเผยแพร่คลิปภาพอุบัติเหตุบนสื่อสังคมออนไลน์ ปรากฏภาพรถกระบะของผู้ต้องหาขับมาด้วยความเร็วบนช่องไหล่ทางถนนทางหลวงหมายเลข 1 ฝั่งขาเข้าเมืองนครสวรรค์ ในพื้นที่ อ.พยุหะคีรี

กล้องหน้ารถจับภาพนาทีเกิดเหตุเอาไว้ได้
ก่อนเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์จนล้มคว่ำ แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ยังพบว่าก่อนเกิดเหตุในคลิปดังกล่าว รถกระบะคันเดียวกันได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์อีก 1 คันจนล้มคว่ำมาแล้วเช่นกัน
เวลาต่อมา ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี กระทั่งพบว่ารถคันดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงเข้าตรวจยึดรถและควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จนในที่สุดตามจับกุมตัวได้แล้วนำตัวมาสอบสวนที่สภ.พยุหะคีรี เมื่อวานนี้(5 ม.ค.69) การสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายชนินทร์ ให้การภาคเสธ โดยอ้างไม่รู้ว่าตนเองขับเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ 2 คัน และขับรถไปถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้วจนกระทั่งถูกจับกุม

นายชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงใหม่
สอบถามญาติของนายชนินทร์ ยอมรับว่า นายชนินทร์เป็นคนรักรถและหลงใหลความเร็วมาตั้งแต่วัยรุ่น แม้ปัจจุบันเจ้าตัวจะเข้าสู่วัยเลข 82 แล้ว แต่ยังชอบขับรถเองอยู่ เนื่องจากมีอาชีพนำเข้าและส่งออกสินค้า จึงต้องใช้รถเดินทางตลอดเวลา
ที่ผ่านมาลูกเมียเคยห้ามปรามไม่ให้ขับรถมาหลายครั้งแล้ว เพราะนายชนินทร์มีปัญหาสุขภาพด้านสายตา แต่เจ้าตัวก็ไม่ฟัง ยังดื้อรั้นจะขับรถเอง กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุในรอบนี้นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะปีที่แล้วเจ้าตัวเพิ่งขับเบนซ์ไปชนจนพังยับในพื้นที่ จ.สระบุรี จนขณะนี้รถเบนซ์ยังซ่อมไม่เสร็จ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เจ้าตัวอ้างไม่รู้ว่าเฉี่ยวชน แต่มีรอยชนรอบคัน ญาตินายชนินทร์ ระบุว่า รอยที่เห็นรอบคันนั้น ไม่ใช่รอยใหม่ทั้งหมด เพราะมีบางส่วนเป็นรอยเฉี่ยวชนเก่ารวมอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ซ่อม เขามักจะใช้ให้พังเป็นคันๆ ไป
ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามข้อมูลกับนายชนินทร์ ซึ่งเจ้าตัวขอไม่ให้สัมภาษณ์ แต่ระบุว่า วันเกิดเหตุขับรถมาแบบชิลๆ เฉลี่ย 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และตลอดระยะทาง ไม่ได้รู้สึกว่าชนหรือเฉี่ยวชนกับอะไรเลย พร้อมกับคุยโชว์ว่าในอดีตเป็นนักขับสายมุดตัวยง ชนิดที่เห็นช่องไม่ได้ จ้องจะมุดไปตลอดทาง ก่อนจะโชว์ความฟิตปั๋งว่าเจ้าตัวยังขับรถไหว แม้จะเข้าสู่วัย 80 แล้วก็ตาม

รถคันเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนมีข้อมูลว่านายชนินทร์ ทำประกันรถคันที่ประสบอุบัติเหตุ ประเภทที่ 3 ไว้ ฝ่ายประกันและ พ.ร.บ.จึงรับผิดชอบในเรื่องความเสียหายของผู้บาดเจ็บ ส่วนตำรวจจะเรียกผู้เสียหายมาเจรจาค่าสินไหมต่อไป โดยทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย อาการไม่หนักถึงขั้นสาหัส
ที่มา ข่าวสดออนไลน์

