ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ขานรับนโยบายความมั่นคงรัฐบาล เรียกถกบิ๊กทีม ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง ปูพรมตรวจยิบธุรกิจนอมินี-สวมสิทธิ์หุ้นคนไทย ถือครองที่ดิน ยันกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สั่งทุกหน่วยทำฐานข้อมูลชุดเดียวกัน ลุยเอ็กซเรย์ทั้งจังหวัด
สรุปประเด็นสำคัญ
-
เหตุการณ์: ประชุมขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล
-
ประธาน: นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
-
ประเด็นเพ่งเล็ง: ธุรกิจนอมินี (ตัวแทนอำพราง), ผู้มีอิทธิพล, แรงงานต่างด้าวเถื่อน
-
มาตรการสั่งการ: บูรณาการหน่วยงาน ทำชุดข้อมูลและรวบรวมเรื่องร้องเรียนเป็น “ฐานข้อมูลเดียวกัน” เพื่อเดินหน้าตรวจจับเชิงรุก
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. 69 ที่ห้องประชุม POC ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นย้ำในประเด็นธุรกิจที่คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) ผู้มีอิทธิพล และแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำผลประโยชน์ในจังหวัดเชียงใหม่แบบผิดกฎหมาย โดยมีตัวแทนจากกองบังคับการตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือเพื่อทำความเข้าใจและรับมอบแนวทางปฏิบัติงานในการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล นอมินี และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้รายงานสถานการณ์ ข้อมูลเชิงลึก และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแบบครอบคลุมทุกมิติ
สำหรับประเด็นสำคัญที่มีการตรวจสอบและเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ประกอบด้วย:
-
การตรวจสอบการให้สัญชาติที่ผิดกฎหมายและการเข้ามาอยู่อาศัยไม่ตรงตามความเป็นจริง
-
การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและการตรวจสอบพฤติกรรมการจ่ายภาษี
-
การเปลี่ยนสิทธิการถือหุ้น โดยพบบ่อยในพฤติกรรมนำชื่อคนไทยที่ถือหุ้นร้อยละ 51 ออก แล้วนำชื่อคนต่างด้าวเข้ามาสวมสิทธิ์แทน
-
การทำงานไม่ตรงกับงานที่ได้รับอนุญาตแจ้งไว้ และการแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจของคนต่างด้าวที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกคำสั่งกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบูรณาการข้อมูลร่วมกัน โดยจัดทำเป็นชุดข้อมูลภาพรวมของจังหวัด และรวบรวมทุกเรื่องร้องเรียนให้เป็น “ฐานข้อมูลเดียวกัน” (Single Database) เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ประโยชน์ร่วมกันในการเดินหน้าเอ็กซเรย์ ตรวจสอบ และจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป

